เลือกขนาดประตู WPC ให้เหมาะสมกับบ้าน และการใช้งาน

เลือกขนาดประตู WPC ให้เหมาะสมกับบ้าน และการใช้งาน

เลือกขนาดประตู WPC ให้เหมาะสมกับบ้าน และการใช้งาน

การเลือก ประตู WPC (Wood Plastic Composite) ที่เหมาะสมกับบ้านและการใช้งานเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้บ้านของคุณสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เนื่องจากประตู WPC มีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างจากประตูประเภทอื่น เช่น ทนต่อความชื้น ไม่บวม ไม่เป็นปลวก และยังมีดีไซน์ที่หลากหลายให้เลือกใช้งาน แต่การเลือกขนาดประตูที่เหมาะสมถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องใส่ใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการตกแต่งบ้าน

ทำไมถึงต้องเลือกประตู WPC?

ประตู WPC ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับใช้งานในทุกพื้นที่ของบ้าน ดังนี้:

  1. ความทนทานสูง
    ประตู WPC มีความแข็งแรง และทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว ไม่บวม หรือแตกหักง่าย
  2. กันน้ำและความชื้น
    เหมาะสำหรับติดตั้งในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือบริเวณภายนอกบ้าน
  3. ปลอดภัยจากปลวกและแมลง
    วัสดุ WPC ไม่มีส่วนประกอบของไม้แท้ ทำให้ปลวกและแมลงไม่สามารถทำลายได้
  4. ดีไซน์หลากหลาย
    มีสีสันและลวดลายให้เลือกมากมาย ตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงลวดลายที่เลียนแบบไม้ธรรมชาติ
  5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    วัสดุ WPC ผลิตจากส่วนผสมระหว่างไม้และพลาสติกรีไซเคิล ทำให้ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ขนาดมาตรฐานของประตู WPC

ขนาดมาตรฐานของประตู WPC
ขนาดมาตรฐานของประตู WPC

ก่อนเลือกซื้อประตู WPC คุณควรทราบขนาดมาตรฐานที่มีจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อให้สามารถเลือกประตูที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

  1. ความกว้าง
    ขนาดที่พบได้บ่อย ได้แก่ 70 ซม., 80 ซม., และ 90 ซม.
  2. ความสูง
    ประตูส่วนใหญ่มักมีความสูงมาตรฐานที่ 200 ซม. หรือ 210 ซม.
  3. ความหนา
    ความหนาของประตู WPC มักอยู่ที่ 30-35 มม.

ขนาดเหล่านี้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ประตูห้องนอน ห้องน้ำ หรือพื้นที่อื่น ๆ ในบ้าน

วิธีเลือกขนาดประตู WPC ให้เหมาะสมกับบ้านและพื้นที่

  1. วัดขนาดพื้นที่ก่อนเลือกซื้อ
    • ใช้ตลับเมตรวัดความกว้างและความสูงของกรอบประตู รวมถึงความลึกของผนัง เพื่อเลือกประตูที่พอดีกับพื้นที่
    • คำนึงถึงระยะเผื่อสำหรับการติดตั้งบานพับและอุปกรณ์ล็อก
  2. พิจารณาลักษณะการใช้งานในแต่ละพื้นที่
    • ห้องนอน: ใช้ประตูขนาดใหญ่ เช่น 90×200 ซม. เพื่อความสะดวกในการเข้า-ออก
    • ห้องน้ำ: ควรเลือกประตูขนาดเล็กกว่า เช่น 70×200 ซม. เพื่อประหยัดพื้นที่
    • ประตูภายนอก: ใช้ประตูขนาด 100×210 ซม. หรือขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและปลอดภัย
  3. ปรับขนาดให้เหมาะสมกับสไตล์บ้าน
    • บ้านสไตล์โมเดิร์น: ควรเลือกประตูที่มีขนาดมาตรฐานและลวดลายเรียบง่าย
    • บ้านสไตล์คลาสสิก: เลือกประตูขนาดใหญ่ที่มีดีไซน์เลียนแบบไม้ธรรมชาติ

เคล็ดลับการเลือกประตู WPC จากแบรนด์ Lockhome

หากคุณกำลังมองหาประตู WPC ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพและดีไซน์ แบรนด์ Lockhome ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจาก Lockhome มีความเชี่ยวชาญในการผลิตประตู WPC ที่มีมาตรฐานสูง และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ

คุณสมบัติพิเศษของประตู WPC จาก Lockhome

  1. ทนต่อสภาพอากาศทุกประเภท
    ประตู WPC จาก Lockhome สามารถทนต่อทั้งความร้อนและความชื้น โดยไม่เกิดการบิดงอ
  2. ดีไซน์หลากหลาย
    มีทั้งลวดลายไม้ธรรมชาติและสีเรียบ ๆ ให้เลือกตามสไตล์บ้านของคุณ
  3. ติดตั้งง่าย
    Lockhome มาพร้อมคู่มือการติดตั้งที่เข้าใจง่าย หรือสามารถเรียกใช้บริการติดตั้งจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
  4. ราคาเหมาะสม
    แม้ว่าจะเป็นประตูคุณภาพสูง แต่ราคายังคุ้มค่าเมื่อเทียบกับประตูประเภทอื่น

ขนาดประตู WPC ที่เหมาะสมกับแต่ละห้องในบ้าน

1. ประตูห้องนอน

  • ขนาดที่แนะนำ: 90×200 ซม. หรือ 100×210 ซม.
  • คุณสมบัติ: กันเสียงรบกวน ดีไซน์สวยงาม เพิ่มความเป็นส่วนตัว

2. ประตูห้องน้ำ

  • ขนาดที่แนะนำ: 70×200 ซม. หรือ 80×200 ซม.
  • คุณสมบัติ: กันน้ำ ทนต่อความชื้น ไม่บวม

3. ประตูห้องครัว

  • ขนาดที่แนะนำ: 80×200 ซม.
  • คุณสมบัติ: ทนความร้อน ไม่ติดไฟง่าย

4. ประตูภายนอก

  • ขนาดที่แนะนำ: 100×210 ซม. หรือขนาดใหญ่กว่า
  • คุณสมบัติ: แข็งแรง กันน้ำ และป้องกันการงัดแงะ

ขั้นตอนการติดตั้งประตู WPC อย่างถูกวิธี

  1. เตรียมอุปกรณ์
    • บานพับ
    • กลอนประตูสว่านไฟฟ้า
    • ตลับเมตร
  2. ตรวจสอบกรอบประตู
    • วัดขนาดกรอบประตูให้ตรงกับขนาดของประตู WPC
    • ปรับแต่งกรอบให้ได้ระดับก่อนเริ่มติดตั้ง
  3. ติดตั้งบานพับและกลอน
    • ใช้สว่านเจาะรูสำหรับติดตั้งบานพับ
    • ติดตั้งกลอนประตูให้แน่นหนา
  4. ทดสอบการเปิด-ปิด
    • ตรวจสอบความสมดุลของประตู และปรับแต่งให้เรียบร้อย

สรุป

การเลือก ประตู WPC ให้เหมาะสมกับบ้านและการใช้งานต้องพิจารณาทั้งขนาด ดีไซน์ และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ในแต่ละพื้นที่ ประตู WPC จาก Lockhome เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับบ้านทุกสไตล์ ด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า และการออกแบบที่เน้นความคุ้มค่า

หากคุณต้องการปรับปรุงบ้านหรือสร้างบ้านใหม่ ประตู WPC จาก Lockhome คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด!

หากคุณกำลังมองหา กลอนประตูดิจิตอล Lockhome ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @lockhome หรือเยี่ยมชมสินค้าคุณภาพที่ได้ที่ www.lockhome.co.thเปลี่ยนบ้านของคุณให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วย กลอนประตูดิจิตอล Lockhome วันนี้!

บทความ Lockhome

หยุดความเสี่ยงเงินหาย! อัปเกรดเคาน์เตอร์แคชเชียร์ให้ปลอดภัยขั้นสุดด้วย Smart Fingerprint Drawer Lock จาก Lockhome กลอนไฟฟ้าสแกนลายนิ้วมือสำหรับลิ้นชักเก็บเงิน

เปลี่ยนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ป้องกันการขโมยด้วยกลอนไฟฟ้า

เปลี่ยนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ป้องกันการขโมยด้วยกลอนไฟฟ้า [Image: ภาพเคาน์เตอร์แคชเชียร์ร้านกาแฟหรือร้านค้าปลีกที่ดูทันสมัย พนักงานใช้นิ้วแตะที่จุดสแกนเล็กๆ บนลิ้นชักเพื่อทอนเงิน โดยไม่มีลูกกุญแจห้อยเกะกะ] “จุดชำระเงิน” หรือ “เคาน์เตอร์แคชเชียร์” คือหัวใจของร้านค้า เป็นจุดที่มีการหมุนเวียนของเงินสดตลอดทั้งวัน และแน่นอนว่ามันคือ “จุดเสี่ยง” ที่สุดของการโจรกรรม ทั้งจากมิจฉาชีพภายนอก และที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือ… “การทุจริตจากภายใน” หลายร้านค้ายังคงใช้ลิ้นชักเก็บเงินแบบดั้งเดิมที่มาพร้อมกับกุญแจดอกเล็กๆ (Cam Lock) ซึ่งมีจุดอ่อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลืมเสียบกุญแจทิ้งไว้, การแอบปั๊มลูกกุญแจ, หรือแม้แต่การงัดแงะที่ทำได้ง่ายดายเพียงใช้ลวดหรือไขควง ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน แต่ยังทำลายความน่าเชื่อถือของร้านค้าลงไปด้วย ถึงเวลาปฏิวัติระบบความปลอดภัยหน้าเคาน์เตอร์ของคุณหรือยัง? วันนี้ Lockhome จะพาไปรู้จักกับโซลูชันที่ง่ายแต่ทรงพลัง ด้วยการอัปเกรดลิ้นชักเก็บเงินธรรมดาให้กลายเป็นระบบนิรภัยอัจฉริยะด้วย “Smart Fingerprint Drawer Cabinet Lock” (กลอนลิ้นชักสแกนลายนิ้วมือ) ที่จะปิดทุกช่องโหว่ของการขโมย และเปลี่ยนร้านของคุณให้ดูเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น จุดอ่อนของ “กุญแจลิ้นชัก” แบบเดิมที่คุณอาจมองข้าม ก่อนจะไปดูวิธีแก้ไข ลองสำรวจร้านของคุณดูว่ามีความเสี่ยงเหล่านี้อยู่หรือไม่? The Game Changer: เปลี่ยนสู่ระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Lock) ทางออกของปัญหานี้ไม่ใช่การหากุญแจที่แพงขึ้น แต่คือการ “ตัดกุญแจทิ้งไป” แล้วใช้สิ่งที่ไม่มีใครขโมยได้

เปลี่ยนตู้ไวน์และตู้โชว์ของสะสมให้ปลอดภัยและหรูหราด้วย Smart Fingerprint Cabinet Lock จาก Lockhome กลอนสแกนลายนิ้วมือดีไซน์มินิมอล ไร้รูกุญแจกวนตา ปลดล็อกไว

ออกแบบตู้เก็บไวน์หรือของสะสมให้ปลอดภัยและดูดีด้วยกลอนไฟฟ้า

ออกแบบตู้เก็บไวน์หรือของสะสมให้ปลอดภัยและดูดีด้วยกลอนไฟฟ้า [Image: ภาพตู้ไวน์ไม้ดีไซน์หรูหรา หรือตู้โชว์ Art Toy ที่ดูคลีนสะอาดตา โดยมีจุดสแกนนิ้วเล็กๆ ติดตั้งอยู่อย่างแนบเนียน แทนที่จะเป็นแม่กุญแจลูกใหญ่] สำหรับนักสะสมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไวน์ Vintage ปีลึก, นาฬิกาหรู, กล้องฟิล์มหายาก, หรือแม้แต่ Art Toy รุ่น Limited Edition สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “วัตถุ” แต่เป็นเรื่องราว ความทรงจำ และมูลค่าทางจิตใจ (รวมถึงมูลค่าทางการเงิน) ที่ประเมินค่าไม่ได้ ปัญหาโลกแตกของนักสะสมคือ “จะโชว์อย่างไรให้ปลอดภัย?” หากเก็บใส่ตู้เซฟทึบ ก็ไม่ได้ชื่นชมความงาม แต่ครั้นจะใส่ตู้กระจกหรือตู้ไม้โชว์ ก็ต้องแลกมาด้วยความกังวลใจ กลัวลูกหลานมาเปิดเล่น กลัวแม่บ้านทำแตกขณะทำความสะอาด หรือกังวลเรื่องการขโมย การใช้ “กุญแจดอกเล็ก” หรือแม่กุญแจคล้องแบบเดิมๆ ก็ดูเทอะทะ ทำลายดีไซน์อันสวยงามของตู้โชว์ราคาแพงไปจนหมดสิ้น วันนี้ Lockhome ขอเสนอทางออกที่ลงตัวที่สุด ด้วยการผสานเทคโนโลยีเข้ากับงานดีไซน์ แนะนำ Smart Fingerprint Drawer Cabinet Lock (กลอนลิ้นชัก/ตู้ สแกนลายนิ้วมือ)