เลือกมอเตอร์ประตูรั้วกี่กิโลดี ให้เหมาะกับน้ำหนักประตูบ้าน

เลือกมอเตอร์ประตูรั้วกี่กิโลดี ให้เหมาะกับน้ำหนักประตูบ้าน

มอเตอร์ประตูรั้วเลือกกี่กิโล ถึงจะเหมาะกับน้ำหนักประตูบ้าน

การติดตั้ง มอเตอร์ประตูรั้วอัตโนมัติ หรือ Auto Gate เป็นสิ่งที่ช่วยให้บ้านสะดวกขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านที่มีรถเข้าออกทุกวัน ไม่ต้องลงจากรถไปเข็นประตูเอง ไม่ต้องตากฝน ไม่ต้องเปิดประตูตอนกลางคืน และช่วยให้การเข้าออกบ้านปลอดภัยขึ้น แต่ก่อนจะเลือกมอเตอร์สักรุ่น คำถามสำคัญที่หลายคนมักสงสัยคือ “ประตูบ้านเราควรเลือกมอเตอร์กี่กิโล?”

คำว่า “กี่กิโล” ในที่นี้หมายถึงกำลังรองรับน้ำหนักประตูของมอเตอร์ เช่น มอเตอร์สำหรับประตู 600 กิโลกรัม 800 กิโลกรัม 1,000 กิโลกรัม 1,500 กิโลกรัม หรือ 2,000 กิโลกรัม ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรเลือกแบบเดาสุ่ม เพราะถ้าเลือกเล็กเกินไป มอเตอร์จะทำงานหนัก เปิด-ปิดไม่ลื่น เสื่อมเร็ว และอาจเสียก่อนเวลา แต่ถ้าเลือกใหญ่เกินความจำเป็นมากเกินไป ก็อาจทำให้งบประมาณสูงขึ้นโดยไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพเต็มที่

จากข้อมูลหน้า Auto Gate ของ Lockhome มีการนำเสนอมอเตอร์ประตูรั้วอัตโนมัติหลายกลุ่ม ทั้งประตูบานเลื่อนและประตูบานสวิง พร้อมแบรนด์หลากหลาย เช่น ROGER, DEA, BFT, PPA, BENINCA, CARDIN, CENTSYS และ PAT ซึ่งแต่ละแบรนด์มีรุ่นที่เหมาะกับน้ำหนักประตูและลักษณะการใช้งานต่างกัน เช่น กลุ่มบานเลื่อนขนาดประมาณ 600 กิโลกรัม 800 กิโลกรัม 1,000 กิโลกรัม 1,500 กิโลกรัม ไปจนถึงรุ่นงานหนักระดับ 2,000 กิโลกรัมหรือมากกว่าในบางซีรีส์

ดังนั้นการเลือกมอเตอร์ประตูรั้วให้เหมาะกับบ้าน ไม่ใช่แค่ดูว่ารุ่นไหนถูก รุ่นไหนดัง หรือแบรนด์ไหนสวย แต่ต้องเริ่มจากการดูน้ำหนักประตูจริง ประเภทประตู สภาพราง ล้อ ความถี่ในการใช้งาน และพื้นที่ติดตั้งร่วมกัน บทความนี้จะพาเช็กแบบเข้าใจง่ายว่า ถ้าจะเลือก มอเตอร์ประตูรั้วกี่กิโล ให้เหมาะกับน้ำหนักประตูบ้าน ควรดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

ทำไมต้องเลือกมอเตอร์ประตูรั้วตามน้ำหนักประตู
ทำไมต้องเลือกมอเตอร์ประตูรั้วตามน้ำหนักประตู

ทำไมต้องเลือกมอเตอร์ประตูรั้วตามน้ำหนักประตู

มอเตอร์ประตูรั้วมีหน้าที่ขับเคลื่อนประตูให้เปิดและปิดแทนแรงคน หากประตูมีน้ำหนักมาก มอเตอร์ก็ต้องใช้แรงมากขึ้นในการดึงหรือผลักประตูให้เคลื่อนที่ การเลือกมอเตอร์ที่รองรับน้ำหนักได้เหมาะสมจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบ Auto Gate

มอเตอร์เล็กเกินไปทำให้ระบบทำงานหนัก

ถ้าประตูบ้านมีน้ำหนักมาก แต่เลือกมอเตอร์ที่รองรับน้ำหนักต่ำเกินไป มอเตอร์จะต้องทำงานหนักทุกครั้งที่เปิด-ปิดประตู ช่วงแรกอาจยังใช้งานได้ แต่เมื่อใช้ไปสักพักอาจเริ่มมีอาการประตูเปิดช้า ปิดไม่สุด มีเสียงดัง มอเตอร์ร้อน หรือบางครั้งกดรีโมทแล้วประตูไม่ขยับ

ปัญหานี้ไม่ได้แปลว่ามอเตอร์ไม่ดีเสมอไป แต่อาจเกิดจากเลือกขนาดมอเตอร์ไม่เหมาะกับประตูตั้งแต่แรก โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ประตูเหล็กหนา ประตูบานยาว หรือประตูที่มีน้ำหนักมากกว่าประตูบ้านทั่วไป

มอเตอร์ใหญ่เกินไปก็ไม่จำเป็นเสมอไป

ในทางกลับกัน การเลือกมอเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดก็ไม่ได้แปลว่าดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน เพราะถ้าประตูบ้านเป็นบานเลื่อนขนาดทั่วไป น้ำหนักไม่มาก ใช้งานวันละไม่กี่รอบ การเลือกมอเตอร์ใหญ่เกินไปอาจทำให้งบสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

หลักที่ควรจำคือ เลือกมอเตอร์ให้ “เผื่อกำลังพอเหมาะ” ไม่ใช่เลือกเล็กจนเกือบเต็มพิกัด และไม่จำเป็นต้องเลือกใหญ่เกินหน้างานมากเกินไป

ประตูบ้านทั่วไปควรเลือกมอเตอร์กี่กิโล

คำตอบขึ้นอยู่กับน้ำหนักจริงของประตู แต่สามารถแบ่งเป็นแนวทางเบื้องต้นได้ เพื่อให้เจ้าของบ้านประเมินก่อนคุยกับช่างได้ง่ายขึ้น

ประตูน้ำหนักเบาถึงปานกลาง ประมาณ 400–600 กิโลกรัม

บ้านทั่วไปที่ใช้ประตูบานเลื่อนขนาดมาตรฐาน โครงสร้างไม่หนามาก วัสดุไม่ทึบทั้งบาน และเข็นด้วยมือได้ค่อนข้างลื่น มักอยู่ในกลุ่มที่สามารถพิจารณามอเตอร์ประมาณ 600 กิโลกรัมได้

กลุ่มนี้เหมาะกับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือบ้านจัดสรรที่ประตูไม่หนักมาก และเปิด-ปิดวันละไม่กี่ครั้ง แต่ต้องเช็กด้วยว่ารางและล้อยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เพราะถ้าประตูฝืด แม้ตัวบานจะไม่หนักมาก มอเตอร์ก็ยังทำงานหนักได้

ประตูขนาดกลางถึงค่อนข้างหนัก ประมาณ 800–1,000 กิโลกรัม

หากประตูบ้านเป็นประตูเหล็กบานใหญ่ โครงสร้างค่อนข้างหนา มีความยาวมาก หรือมีการใช้งานบ่อยขึ้น เช่น บ้านที่มีรถหลายคัน โฮมออฟฟิศ หรือบ้านที่เข้าออกหลายรอบต่อวัน อาจควรขยับไปดูมอเตอร์ในกลุ่ม 800–1,000 กิโลกรัม

มอเตอร์กลุ่มนี้ช่วยให้ระบบมีแรงขับมากขึ้น เหมาะกับประตูที่ไม่ใช่งานเบา และช่วยลดภาระของมอเตอร์เมื่อใช้งานต่อเนื่องหลายรอบ

ประตูหนักมากหรือใช้งานหนัก ประมาณ 1,500–2,000 กิโลกรัมขึ้นไป

หากเป็นประตูเหล็กทึบขนาดใหญ่ ประตูโรงงาน ประตูอาคาร ประตูโกดัง หรือประตูที่มีความยาวและน้ำหนักมาก ควรพิจารณามอเตอร์กลุ่มงานหนัก เช่น 1,500 กิโลกรัม 2,000 กิโลกรัม หรือมากกว่านั้นตามรุ่นสินค้า

ในหน้า Auto Gate ของ Lockhome มีตัวอย่างรุ่นที่ชื่อรุ่นสื่อถึงการรองรับน้ำหนักสูง เช่น BFT ARES BT A1500, BFT ICARO ULTRA AC A2000, PPA DZ IND 2.2 ROBUST และ CENTURION D10 / D20 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เหมาะกับงานหนักมากกว่าประตูบ้านทั่วไปบางแบบ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขน้ำหนักควรดูจากสเปกรุ่นจริงและให้ช่างประเมินหน้างานก่อนเสมอ เพราะชื่อรุ่นหรือเลขในชื่อสินค้าอาจต้องยืนยันกับรายละเอียดทางเทคนิคของรุ่นนั้นอีกครั้ง

วิธีประเมินน้ำหนักประตูบ้านก่อนเลือกมอเตอร์

เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าประตูรั้วของตัวเองหนักกี่กิโล เพราะตอนทำประตูไม่ได้มีเอกสารน้ำหนักแนบมาด้วย แต่สามารถประเมินเบื้องต้นได้จากวัสดุ ขนาด และความรู้สึกตอนเข็น

ดูวัสดุประตู

วัสดุเป็นตัวแปรหลักที่มีผลต่อน้ำหนัก ประตูเหล็กทึบมักหนักกว่าประตูเหล็กโปร่ง ประตูอะลูมิเนียม หรือประตูที่ออกแบบเป็นซี่โปร่ง ๆ

ประตูเหล็กทึบ

ประตูเหล็กทึบหรือเหล็กกล่องหนามักมีน้ำหนักมาก หากบานยาวและสูงด้วย ยิ่งต้องเลือกมอเตอร์ที่มีกำลังสูงขึ้น เพราะมอเตอร์ต้องดึงน้ำหนักทั้งบานทุกครั้งที่เปิด-ปิด

ประตูเหล็กโปร่ง

ประตูเหล็กโปร่งอาจเบากว่าประตูทึบ แต่ถ้าโครงสร้างหนา หรือมีลายตกแต่งเยอะ น้ำหนักก็ยังสูงได้เช่นกัน ควรดูจากขนาดและความฝืดร่วมด้วย

ประตูสแตนเลสหรืออะลูมิเนียม

ประตูสแตนเลสบางแบบหรืออะลูมิเนียมอาจมีน้ำหนักเบากว่าเหล็ก แต่ไม่ควรสรุปทันทีว่าต้องใช้มอเตอร์เล็ก เพราะบางบานมีโครงเสริม มีแผ่นตกแต่ง หรือมีความยาวมาก ทำให้น้ำหนักรวมสูงกว่าที่คิด

ดูความยาวและความสูงของบานประตู

ประตูที่ยาวมากหรือสูงมาก มักมีน้ำหนักมากขึ้น แม้วัสดุจะไม่ได้หนามากก็ตาม ประตูยาว 5–6 เมตรย่อมต้องการแรงขับมากกว่าประตูสั้น 3 เมตร และถ้าบานสูงหรือมีโครงสร้างแน่น น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ลองเข็นด้วยมือ

วิธีง่ายที่สุดคือทดลองเข็นประตูด้วยมือ หากเข็นแล้วลื่น ใช้แรงไม่มาก และประตูเคลื่อนที่ต่อเนื่อง แปลว่าสภาพรางและล้อค่อนข้างดี มอเตอร์จะทำงานเบากว่า

แต่ถ้าเข็นแล้วฝืด มีเสียงดัง สะดุด หรือประตูเอียง มอเตอร์จะต้องรับภาระมากขึ้น แม้น้ำหนักประตูจริงอาจไม่ได้สูงมากก็ตาม ในกรณีนี้ควรซ่อมรางหรือล้อก่อนติดตั้งมอเตอร์

เลือกมอเตอร์ประตูบานเลื่อนกี่กิโลดี

ประตูรั้วบานเลื่อนเป็นรูปแบบที่นิยมมากในบ้านไทย เพราะใช้พื้นที่ด้านข้าง ไม่กินพื้นที่หน้าบ้าน และเหมาะกับบ้านที่มีรถจอดใกล้ประตู

บ้านทั่วไปใช้มอเตอร์ 600 กิโลได้ไหม

ถ้าประตูบานเลื่อนของบ้านเป็นขนาดมาตรฐาน น้ำหนักไม่มาก รางลื่น ล้อดี และใช้งานวันละไม่กี่ครั้ง มอเตอร์ประมาณ 600 กิโลกรัมอาจเพียงพอสำหรับหลายบ้าน

กลุ่มนี้เหมาะกับบ้านที่ต้องการความสะดวกพื้นฐาน เช่น เปิด-ปิดด้วยรีโมท ไม่ต้องลงจากรถ และไม่ได้ใช้งานหนักทั้งวัน

บ้านที่ประตูเหล็กหนาควรขยับเป็น 800–1,000 กิโล

หากประตูเป็นเหล็กหนา บานยาว หรือมีการใช้งานบ่อย ควรพิจารณามอเตอร์ที่รองรับน้ำหนักสูงขึ้น เช่น 800–1,000 กิโลกรัม เพื่อให้มอเตอร์ไม่ทำงานเต็มกำลังตลอดเวลา

การเผื่อกำลังมอเตอร์จะช่วยให้ระบบทำงานนุ่มขึ้น ลดอาการสะดุด และช่วยยืดอายุการใช้งานในระยะยาว

งานหนักควรดูรุ่น 1,500–2,000 กิโลขึ้นไป

สำหรับประตูโรงงาน โกดัง อาคารพาณิชย์ หรือบ้านที่ใช้ประตูเหล็กขนาดใหญ่มาก ควรเลือกมอเตอร์กลุ่มงานหนัก โดยดูสเปกรุ่นที่รองรับน้ำหนักสูง และให้ช่างประเมินหน้างานจริงก่อนเลือก

เลือกมอเตอร์ประตูบานสวิงต้องดูอะไร

ประตูบานสวิงแตกต่างจากบานเลื่อน เพราะไม่ได้ใช้การเลื่อนไปตามราง แต่ใช้การเปิดเข้า-ออกผ่านบานพับ มอเตอร์จึงต้องออกแรงผลักหรือดึงบานประตู

ไม่ได้ดูแค่น้ำหนัก ต้องดูความยาวบานด้วย

ประตูบานสวิงที่บานยาวมาก แม้น้ำหนักไม่มากเท่าประตูเหล็กทึบ แต่แรงต้านตอนเปิด-ปิดอาจสูงขึ้น เพราะระยะบานยาวทำให้มอเตอร์ต้องออกแรงมากขึ้น

ดังนั้นการเลือกมอเตอร์บานสวิงต้องดูทั้งน้ำหนัก ความยาวบาน จุดยึดบานพับ และพื้นที่เปิดประตู

บ้านที่ลมแรงควรระวังเป็นพิเศษ

ประตูบานสวิงที่เป็นแผ่นทึบอาจโดนแรงลมมาก โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในพื้นที่โล่งหรือหน้าบ้านรับลมแรง หากลมดันบานประตูขณะเปิด-ปิด มอเตอร์จะรับภาระเพิ่มขึ้น

กรณีนี้ควรแจ้งช่างให้ชัด เพื่อเลือกมอเตอร์ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ ไม่ใช่เลือกตามน้ำหนักอย่างเดียว

อย่าเลือกมอเตอร์จากน้ำหนักประตูอย่างเดียว

แม้น้ำหนักประตูจะสำคัญมาก แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ต้องดู เพราะระบบ Auto Gate จะทำงานดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบรอบตัวด้วย

สภาพรางและล้อ

สำหรับประตูบานเลื่อน รางและล้อสำคัญมาก หากรางเอียง ล้อแตก ล้อฝืด หรือมีเศษดินเศษหินสะสม มอเตอร์จะทำงานหนักขึ้นทันที

รางต้องเรียบและไม่มีสิ่งกีดขวาง

รางที่ดีควรเรียบ ไม่คด ไม่เป็นสนิมหนัก และไม่มีเศษวัสดุขวางทาง หากรางไม่ดี ประตูจะเคลื่อนที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้มอเตอร์กระชากหรือรับแรงไม่สม่ำเสมอ

ล้อต้องรับน้ำหนักได้จริง

ล้อประตูควรเหมาะกับน้ำหนักบานประตู หากประตูหนักแต่ล้อเล็กหรือเสื่อมสภาพ มอเตอร์จะต้องฝืนดึงประตูมากขึ้น การเปลี่ยนล้อก่อนติดมอเตอร์อาจช่วยให้ระบบใช้งานได้นานกว่าเดิม

ความถี่ในการใช้งาน

บ้านที่เปิด-ปิดประตูวันละ 2–4 ครั้ง กับบ้านที่เปิด-ปิดวันละ 20–30 ครั้ง ต้องเลือกมอเตอร์ต่างกัน แม้น้ำหนักประตูจะเท่ากันก็ตาม เพราะรอบการทำงานมีผลต่อความร้อนและอายุการใช้งานของมอเตอร์

หากเป็นโฮมออฟฟิศ บ้านที่มีรถหลายคัน หรืออาคารที่มีคนเข้าออกบ่อย ควรเลือกมอเตอร์ที่รองรับการใช้งานหนักขึ้น

ระบบไฟฟ้าและตำแหน่งติดตั้ง

Auto Gate ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน จึงควรดูตำแหน่งเดินสายไฟ จุดติดตั้งกล่องควบคุม และการป้องกันน้ำฝน หากระบบไฟไม่เรียบร้อย อาจเกิดปัญหาจุกจิกภายหลังได้

อุปกรณ์เสริมที่ควรมีเมื่อติดตั้ง Auto Gate

นอกจากตัวมอเตอร์แล้ว อุปกรณ์เสริมก็มีผลต่อความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งานจริง

เซ็นเซอร์กันหนีบ

เซ็นเซอร์กันหนีบช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวางขณะประตูกำลังปิด เช่น คน รถ สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งของ ช่วยลดความเสี่ยงจากการหนีบหรือชน

บ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง ควรพิจารณาติดเซ็นเซอร์กันหนีบตั้งแต่แรก เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ระบบ Auto Gate ปลอดภัยขึ้นมาก

ไฟกระพริบหัวเสา

ไฟกระพริบหัวเสาช่วยแจ้งเตือนว่าประตูกำลังเปิดหรือปิด เหมาะกับบ้านที่ติดถนน มีคนเดินผ่าน หรือมีรถเข้าออกบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือช่วงฝนตกที่ทัศนวิสัยไม่ดี

รีโมทและระบบควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน

หน้า Auto Gate ของ Lockhome ระบุว่าระบบประตูอัตโนมัติรองรับความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงการควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งเหมาะกับบ้านยุคใหม่ที่ต้องการควบคุมการเข้าออกได้ง่ายขึ้น

ราคาและค่าติดตั้งควรดูอย่างไร

การติดตั้งมอเตอร์ประตูรั้วไม่ได้มีแค่ค่ามอเตอร์ แต่รวมถึงค่าแรงติดตั้ง อุปกรณ์ประกอบ งานเดินสายไฟ และอุปกรณ์เสริม

จากข้อมูลหน้า Auto Gate ของ Lockhome มีการระบุค่าติดตั้งเบื้องต้น เช่น ค่าติดตั้งไม่มีเซ็นเซอร์ 7,000 บาท ค่าติดตั้งแบบมีเซ็นเซอร์ 8,000 บาท เซ็นเซอร์กันหนีบ 3,000 บาทต่อชุด ไฟกระพริบหัวเสา 1,000 บาทต่อชุด และค่าเข้าซ่อมหรือตรวจเช็ก 900 บาทต่อครั้ง

ราคาจริงขึ้นอยู่กับหน้างาน

ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นมอเตอร์ น้ำหนักประตู ระยะเดินสายไฟ สภาพประตู และอุปกรณ์เสริมที่เลือก หากหน้างานต้องซ่อมราง เปลี่ยนล้อ หรือปรับโครงสร้างก่อนติดตั้ง ค่าใช้จ่ายก็อาจเพิ่มขึ้น

ควรถ่ายรูปประตูให้ช่างประเมินก่อน

ก่อนเลือกมอเตอร์ ควรถ่ายรูปประตูทั้งบาน ราง ล้อ เสา พื้นที่เปิด-ปิด และตำแหน่งไฟฟ้าให้ช่างดู เพื่อประเมินว่าควรใช้มอเตอร์กี่กิโล และต้องใช้อุปกรณ์เสริมอะไรบ้าง

เลือกแบรนด์มอเตอร์ประตูรั้วอย่างไร

หน้า Auto Gate ของ Lockhome มีแบรนด์ให้เลือกหลายกลุ่ม เช่น ROGER, DEA, BFT, PPA, BENINCA, CARDIN, CENTSYS และ PAT โดยแต่ละแบรนด์มีรุ่นที่เหมาะกับงานต่างกัน ตั้งแต่งานบ้านทั่วไปไปจนถึงงานหนัก

แบรนด์สำคัญ แต่รุ่นต้องตรงกับหน้างาน

การเลือกแบรนด์ที่ดีช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเลือกรุ่นให้เหมาะกับน้ำหนักประตูจริง เช่น ประตู 600 กิโล ไม่ควรเลือกรุ่นเล็กเกินไป และประตู 1,500 กิโลก็ไม่ควรใช้รุ่นบ้านทั่วไปที่รองรับน้ำหนักต่ำกว่า

บริการหลังการขายต้องชัดเจน

Auto Gate เป็นระบบที่ใช้งานทุกวัน หากมีปัญหาควรมีทีมดูแล ตรวจเช็ก และซ่อมได้จริง Lockhome ระบุจุดเด่นเรื่องทีมบริการลูกค้าที่พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหา รวมถึงบริการหลังการขาย จึงเป็นอีกจุดที่ควรพิจารณาควบคู่กับการเลือกสินค้า

สรุป มอเตอร์ประตูรั้วเลือกกี่กิโลถึงจะเหมาะกับน้ำหนักประตูบ้าน

การเลือก มอเตอร์ประตูรั้วกี่กิโล ต้องเริ่มจากน้ำหนักประตูจริง ไม่ใช่เลือกจากราคาอย่างเดียว หากเป็นประตูบ้านทั่วไป น้ำหนักไม่มาก รางลื่น ล้อดี และใช้งานไม่หนัก มอเตอร์ประมาณ 600 กิโลกรัมอาจเพียงพอ แต่ถ้าประตูเหล็กหนา บานยาว หรือใช้งานบ่อย ควรพิจารณากลุ่ม 800–1,000 กิโลกรัม ส่วนประตูหนักมาก เช่น ประตูโรงงาน โกดัง หรือประตูเหล็กขนาดใหญ่ อาจต้องใช้รุ่น 1,500–2,000 กิโลกรัมขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกิโลกรัมไม่ใช่คำตอบเดียว เพราะต้องดูประเภทประตูด้วยว่าเป็นบานเลื่อนหรือบานสวิง ดูสภาพราง ล้อ ความฝืดของประตู ความถี่ในการใช้งาน พื้นที่เปิด-ปิด และระบบไฟฟ้าหน้างาน หากประตูเข็นด้วยมือยังฝืดมาก ควรซ่อมรางหรือล้อก่อนติดตั้งมอเตอร์ ไม่ควรหวังให้มอเตอร์แก้ปัญหาประตูฝืดแทน

Auto Gate ที่ดีไม่ใช่มอเตอร์ที่ใหญ่ที่สุด แต่คือมอเตอร์ที่เหมาะกับน้ำหนักประตูและลักษณะการใช้งานจริง เลือกแล้วต้องเปิด-ปิดได้ลื่น มอเตอร์ไม่ทำงานหนักเกินไป มีอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น เซ็นเซอร์กันหนีบ ไฟกระพริบหัวเสา และมีบริการหลังการขายที่ติดต่อได้

หากยังไม่แน่ใจว่าประตูบ้านควรใช้มอเตอร์กี่กิโล แนะนำให้ส่งรูปหน้างานให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน ทั้งรูปประตูเต็มบาน ราง ล้อ เสา และจุดไฟฟ้า เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะที่สุด เพราะการเลือกมอเตอร์ถูกตั้งแต่แรกช่วยให้ระบบประตูรั้วอัตโนมัติใช้งานได้คุ้มค่า ปลอดภัย และลดปัญหาซ่อมจุกจิกในระยะยาว

Lockhome มีบริการเกี่ยวกับ Auto Gate มอเตอร์ประตูรีโมทบานเลื่อน และระบบประตูอัตโนมัติหลายแบรนด์ เช่น ROGER, DEA, BFT, PPA, BENINCA, CARDIN, CENTSYS และ PAT พร้อมบริการติดตั้ง อุปกรณ์เสริม และบริการตรวจเช็ก/ซ่อม ซึ่งช่วยให้เจ้าของบ้านประเมินทางเลือกได้ง่ายขึ้น

หากคุณกำลังมองหา กลอนประตูดิจิตอล Lockhome ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @lockhome หรือเยี่ยมชมสินค้าคุณภาพที่ได้ที่ www.lockhome.co.th 

บทความ Lockhome

เลือกมอเตอร์ประตูรั้วกี่กิโลดี ให้เหมาะกับน้ำหนักประตูบ้าน

เลือกมอเตอร์ประตูรั้วกี่กิโลดี ให้เหมาะกับน้ำหนักประตูบ้าน

มอเตอร์ประตูรั้วเลือกกี่กิโลถึงเหมาะกับน้ำหนักประตูบ้าน เช็กประตูบานเลื่อน บานสวิง ราง ล้อ ความถี่ใช้งาน และวิธีเลือก Auto Gate ให้ทนคุ้ม