รวมวิธีแก้ปัญหาบ้านมืดให้สว่างง่าย ๆ ในไม่กี่ขั้นตอน

แก้ปัญหาบ้านมืด lightme

รวมวิธีแก้ปัญหาบ้านมืด ไม่สว่าง ง่ายนิดเดียว

 

เบื่อมั้ย? ที่หลายคนมักประสบปัญหาเรื่อง บ้านไม่สว่าง มืดเกินไป อาจทำให้เสียสายตา ต้องเปิดไฟหรืออาจจะเปิดแล้วก็ทำให้ไม่สว่างเท่าที่ควรอยู่ดี ทำให้รู้สึกว่าบรรยากาศในบ้านนั้นร้อนอบอ้าว ไม่มีอากาศไม่ถ่ายเท หายใจไม่สะดวก วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการแก้ปัญหาที่จะทำให้ บ้านของคุณมีแสงสว่างมากขึ้น มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีวิธีง่ายๆแบบไหนบ้าง

 

1.เคลียร์พื้นที่ที่ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้ามาได้

ให้ทุกคนลองสำรวจที่ด้านหน้าของประตู ตรวจสอบว่ามีสิ่งกีดขว้าง เช่น ต้นไม้ กิ่งไม้ หรือสิ่งของตกแต่ง ที่ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้ามาภายในบ้าน หากมีก็รีบจัดการเคลียร์ออกจากพื้นที่บริเวรหน้าประตู เพื่อที่จะช่วยให้แสงลอดผ่านหน้าต่างและประตูเข้ามาในบ้านของเราได้มากขึ้น

2.เลือกสีทาผนังบ้านด้วยสีอ่อนหรือสีสว่าง

การเลือกสีทาผนังบ้าน เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อบรรยากาศภายในบ้าน ไม่ควรเลือกโทนสีที่เข้มเพราะจะทำให้บ้านดูมืด เป็นปัญหาที่ทำให้บ้านไม่สว่าง หากต้องการให้บ้านของคุณนั้นสว่างควรเลือกสีที่โทนอ่อนหรือสีสว่าง เพราะโทนสีอ่อนจะทำให้บ้านสว่างมากขึ้น ปลอดโปร่ง และมีคุณสมบัติกระจายแสงได้ดีกว่าโทนสีเข้ม

3.เลือกใช้กระเบื้องไม้หรือกระเบื้องสีอ่อน

เพราะกระเบื้องไม้และกระเบื้องสีอ่อนมีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงได้ดีกว่าวัสดุอื่นๆ ช่วยทำให้บ้านไม่อึมครึม

4.เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีอ่อน

การใช้เฟอร์นิเจอร์สีโทนอ่อนหรือโทนสว่างก็สามารถช่วยเรื่องการสะท้อนของแสงและช่วยจัดห้องให้ดูสว่างขึ้นได้ และพวกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุมันวาวก็สามารถช่วยสะท้อนแสง และเพิ่มความสว่างของห้องแก้ปัญหาบ้านมืดได้เช่นกัน แถมยังทำให้บ้านมีความมินิมอลอีกด้วย

5.ใช้ผ้าม่านโปร่งแสง

หากคุณเลือกใช้ผ้าม่านสีทึบจะทำให้แสงไม่สามารถลอดผ่านเข้ามาในบ้านได้ ดั้งนั้นคุณจะต้องเลือกใช้ผ้าม่านที่โปร่งแสงจะทำให้บ้านสว่างขึ้น หากกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ก็สามารถเลือกใช้แบบที่มีคุณสมบัติที่ปรับลดแสงสว่างที่ลอดผ่านเข้ามาได้

6.ใช้กระจกเงาเพื่อเพิ่มแสง

กระจกเงาสามารถช่วยให้แสงจากแสงไฟ และแสงจากธรรมชาติสะท้อนและกระจายไปทั่วภายในบ้าน ทำให้บ้านสว่างขึ้นและยังทำให้บ้านดูกว้างขึ้นโปร่งโล่งสบายตา โดยอาจจะเลือกติดตั้งไว้บริเวรตรงข้ามประตูหน้าต่าง หรือหลอดไฟ 

 

นอกจากวิธีเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีวิธีการที่ขาดไปไม่ได้และสำคัญที่สุดคือ การติดตั้งหลอดไฟที่เหมาะสมและสามารถทำให้ไฟมีความสว่างมากพอ วันนี้เราขอแนะนำหลอดไฟจาก LightMe All Whites หลอดไฟที่ให้แสงคุณภาพสูง

สามารถปรับความเข้มแสงได้ตามต้องการ มีแสงสีขาวทุกขาวให้คุณเลือก หากอยากได้โทนอุ่น แสง วอร์ทไวท์ คลูไวท์ เดย์ไลท์ ก็ปรับได้หมด และสามารถเลือกความสว่างที่พอดีได้ผ่านแอป 

ควบคุมผ่าน สมาร์ทโฟน ทำงานผ่านสัญญาณ Wi-Fi ทำให้ชีวิตมีความสะดวกสบาย ยังสามารถควบคุมด้วยเสียงผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทั้ง Siri, Google, Amazon แอปยังใช้ง่าย ฟีเจอร์เต็มรูปแบบ ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นได้แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

บทความ Lockhome

หยุดความเสี่ยงเงินหาย! อัปเกรดเคาน์เตอร์แคชเชียร์ให้ปลอดภัยขั้นสุดด้วย Smart Fingerprint Drawer Lock จาก Lockhome กลอนไฟฟ้าสแกนลายนิ้วมือสำหรับลิ้นชักเก็บเงิน

เปลี่ยนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ป้องกันการขโมยด้วยกลอนไฟฟ้า

เปลี่ยนเคาน์เตอร์แคชเชียร์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ป้องกันการขโมยด้วยกลอนไฟฟ้า [Image: ภาพเคาน์เตอร์แคชเชียร์ร้านกาแฟหรือร้านค้าปลีกที่ดูทันสมัย พนักงานใช้นิ้วแตะที่จุดสแกนเล็กๆ บนลิ้นชักเพื่อทอนเงิน โดยไม่มีลูกกุญแจห้อยเกะกะ] “จุดชำระเงิน” หรือ “เคาน์เตอร์แคชเชียร์” คือหัวใจของร้านค้า เป็นจุดที่มีการหมุนเวียนของเงินสดตลอดทั้งวัน และแน่นอนว่ามันคือ “จุดเสี่ยง” ที่สุดของการโจรกรรม ทั้งจากมิจฉาชีพภายนอก และที่น่าเจ็บปวดที่สุดคือ… “การทุจริตจากภายใน” หลายร้านค้ายังคงใช้ลิ้นชักเก็บเงินแบบดั้งเดิมที่มาพร้อมกับกุญแจดอกเล็กๆ (Cam Lock) ซึ่งมีจุดอ่อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลืมเสียบกุญแจทิ้งไว้, การแอบปั๊มลูกกุญแจ, หรือแม้แต่การงัดแงะที่ทำได้ง่ายดายเพียงใช้ลวดหรือไขควง ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน แต่ยังทำลายความน่าเชื่อถือของร้านค้าลงไปด้วย ถึงเวลาปฏิวัติระบบความปลอดภัยหน้าเคาน์เตอร์ของคุณหรือยัง? วันนี้ Lockhome จะพาไปรู้จักกับโซลูชันที่ง่ายแต่ทรงพลัง ด้วยการอัปเกรดลิ้นชักเก็บเงินธรรมดาให้กลายเป็นระบบนิรภัยอัจฉริยะด้วย “Smart Fingerprint Drawer Cabinet Lock” (กลอนลิ้นชักสแกนลายนิ้วมือ) ที่จะปิดทุกช่องโหว่ของการขโมย และเปลี่ยนร้านของคุณให้ดูเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น จุดอ่อนของ “กุญแจลิ้นชัก” แบบเดิมที่คุณอาจมองข้าม ก่อนจะไปดูวิธีแก้ไข ลองสำรวจร้านของคุณดูว่ามีความเสี่ยงเหล่านี้อยู่หรือไม่? The Game Changer: เปลี่ยนสู่ระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Lock) ทางออกของปัญหานี้ไม่ใช่การหากุญแจที่แพงขึ้น แต่คือการ “ตัดกุญแจทิ้งไป” แล้วใช้สิ่งที่ไม่มีใครขโมยได้