อัปเกรดประตูบานผลัก: คู่มือการเลือกและเตรียมพร้อมติดตั้ง Mortise FG Series เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ประตูหน้าบ้านคือ “ด่านแรก” ของความปลอดภัย และเป็น “หน้าตา” ของที่อยู่อาศัย แต่ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนไปอย่างรวดเร็ว ลูกบิดประตูธรรมดาหรือกุญแจคล้องแบบเก่า อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดอีกต่อไป ทั้งในแง่ของความสะดวกสบาย (ใครจะอยากพกกุญแจพวงใหญ่?) และในแง่ของความปลอดภัย (การงัดแงะหรือปั๊มกุญแจทำได้ง่ายเกินไป)
หากคุณเป็นเจ้าของบ้านที่ใช้ “ประตูบานผลัก” (Swing Door) และกำลังมองหาการอัปเกรดครั้งสำคัญที่ให้ทั้งความหรูหราและความปลอดภัยระดับสูงสุด Mortise FG Series (โดยเฉพาะรุ่นเรือธงอย่าง Mortise FG-2025) จาก Lockhome คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม
บทความนี้จะเป็นคู่มือ (Ultimate Guide) ที่จะพาคุณไปทำความรู้จักกับระบบ Mortise Lock อย่างลึกซึ้ง พร้อมขั้นตอนการตรวจสอบประตูและการเตรียมความพร้อมก่อนติดตั้ง เพื่อให้การอัปเกรดบ้านของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด
ทำความรู้จัก “Mortise Lock”: หัวใจของความปลอดภัยที่แท้จริง
ก่อนจะไปดูตัวสินค้า เราต้องเข้าใจคำว่า “Mortise” (มอร์ทิส) กันก่อน ในวงการกลอนประตู Mortise Lock หรือ “ตลับกุญแจแบบฝังในบาน” ถือเป็นมาตรฐานทองคำของความปลอดภัย (Gold Standard of Security) แตกต่างจากกลอนแบบลูกบิด (Knob) หรือกลอนเสริม (Rim Lock) ที่ติดลอยอยู่บนผิวประตู
ทำไม Mortise ถึงปลอดภัยกว่า?
- ฝังลึกในเนื้อไม้: ตัวกลไกการล็อกทั้งหมดถูกฝังเข้าไปในสันบานประตู ทำให้ยากต่อการงัดแงะหรือทำลายจากภายนอก
- ระบบล็อกหลายชั้น (Multi-Point Locking): Mortise FG Series มาพร้อมลิ้นกลอนที่แข็งแรง ทั้งลิ้นสปริง (Latch Bolt) สำหรับการปิดปกติ และลิ้นตาย (Deadbolt) ที่จะยื่นออกมาล็อกอย่างแน่นหนาเมื่อประตูปิดสนิท
- โครงสร้างแข็งแกร่ง: รับแรงกระแทกได้สูงกว่ากลอนประเภทอื่นมาก
ด้วยเหตุนี้ Mortise FG-2025 จึงถูกออกแบบมาเพื่อประตูบานผลักที่เป็น “ประตูหลัก” (Main Entrance) ของบ้าน หรือห้องที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด

รีวิวความอัจฉริยะ: Mortise FG Series ให้อะไรคุณบ้าง?
อ้างอิงข้อมูลจาก Lockhome รุ่น Mortise FG-2025 ไม่ได้มีดีแค่ความแข็งแรงของฮาร์ดแวร์ แต่ยังมาพร้อมซอฟต์แวร์ที่ชาญฉลาด:
- 5-in-1 Unlock: รองรับการปลดล็อกถึง 5 รูปแบบ ครอบคลุมทุกความต้องการ
- สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint): รวดเร็วด้วยเซ็นเซอร์ Semiconductor
- แอปพลิเคชัน (TTLock): สั่งงานผ่านมือถือ เชื่อมต่อ Bluetooth
- รหัสผ่าน (Passcode): พร้อมฟังก์ชันรหัสหลอก (Virtual Password)
- คีย์การ์ด (Key Card): สะดวกสำหรับผู้สูงอายุ
- กุญแจสำรอง (Mechanical Key): อุ่นใจเมื่อฉุกเฉิน
- TTLock Ecosystem: จุดเด่นสำคัญคือการใช้ร่วมกับแอป TTLock ซึ่งเสถียรและฟีเจอร์เยอะมาก เช่น การส่ง e-Key ให้เพื่อน, การสร้างรหัสผ่านชั่วคราว (Timed Passcode) ให้แม่บ้าน หรือการดูประวัติการเข้า-ออกย้อนหลัง
- วัสดุพรีเมียม: ตัวเครื่องผลิตจาก Aluminum Alloy คุณภาพสูง แข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อน และดีไซน์ที่ดูแพง เข้ากับประตูไม้และประตูโมเดิร์นได้ทุกสไตล์
Checklist: ประตูบานผลักของคุณ “พร้อม” สำหรับ Mortise FG หรือไม่?
การติดตั้งระบบ Mortise จำเป็นต้องมีการเจาะช่องที่สันประตู ดังนั้นการ “เช็กสเปกประตู” ก่อนสั่งซื้อจึงสำคัญมาก เพื่อป้องกันความผิดพลาด นี่คือสิ่งที่คุณต้องตรวจสอบ:
- ประเภทของประตู (Door Type)
- ผ่านฉลุย: ประตูไม้จริง, ประตูไม้สังเคราะห์ (WPC/UPVC แบบตัน), ประตูเหล็ก หรือประตู HDF ที่มีโครงสร้างภายในแข็งแรง
- ต้องระวัง: ประตู PVC บางๆ (ห้องน้ำ), ประตูกระจกล้วน (ต้องใช้รุ่นอื่น), หรือประตูที่มีลวดลายแกะสลักลึกเกินไปบริเวณที่จะติดตั้งมือจับ
- ความหนาของประตู (Door Thickness)
เนื่องจากตลับกุญแจมีความกว้าง ประตูจึงต้องมีความหนาพอสมควรเพื่อรับน้ำหนักและฝังตลับลงไปได้
- ความหนาที่แนะนำ: โดยทั่วไปควรมีความหนาตั้งแต่ 35 มม. – 50 มม. (3.5 – 5 ซม.)
- ถ้าบางกว่านี้: อาจติดตั้งไม่ได้ หรือต้องใช้อุปกรณ์เสริม
- ถ้าหนากว่านี้: ต้องแจ้งทาง Lockhome เพื่อเตรียมแกนเหล็กที่ยาวพิเศษ
- ระยะขอบประตู (Stile Width / Frame)
นี่คือจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด! “กรอบบานประตู” (พื้นที่เรียบๆ บริเวณขอบบาน) ต้องมีความกว้างเพียงพอให้วางตลับกุญแจและตัวเครื่องได้
- ความกว้างที่แนะนำ: ควรมีพื้นที่ราบอย่างน้อย 10 – 12 ซม. จากขอบประตู เพื่อให้เจาะฝังตลับ Mortise ได้โดยไม่ทะลุ หรือไม่ติดกระจก/ลวดลาย
- วิธีวัด: วัดจากขอบประตูเข้ามาถึงจุดเริ่มลายลูกฟัก หรือกระจก
- ระยะเจาะตลับกุญแจ (Backset)
หากประตูเดิมของคุณมีตลับ Mortise อยู่แล้ว การวัดระยะ Backset (ระยะจากขอบประตูถึงกึ่งกลางรูกุญแจ) จะช่วยให้เลือกสินค้าที่ติดตั้งแทนที่ได้ง่ายขึ้น โดยมาตรฐานมักอยู่ที่ 60 มม. หรือ 70 มม.
ขั้นตอนการเตรียมพร้อมติดตั้ง (Pre-Installation Guide)
เมื่อเช็กสเปกผ่านแล้ว และสั่งซื้อ Mortise FG Series จาก Lockhome มาเตรียมไว้ ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมหน้างาน:
- ถอดอุปกรณ์เดิม (ถ้ามี): หากเป็นการเปลี่ยนแทนลูกบิดหรือมือจับก้านโยกเดิม ช่างจะต้องถอดชุดเก่าออกทั้งหมด
- เคลียร์พื้นที่: ตรวจสอบว่าวงกบประตู (Door Frame) แข็งแรงดีหรือไม่ เพราะต้องมีการติดตั้ง “เพลทรับกลอน” (Strike Plate) ที่ฝั่งวงกบด้วย หากวงกบผุหรือเบี้ยว อาจทำให้กลอนล็อกไม่สนิท
- การเจาะและบากประตู:
- นี่คือขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนที่สุด สำหรับ Mortise FG Series จำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่างเฉพาะทาง (สว่าน, สิ่ว, ดอกเจาะโฮลซอว์) เพื่อเจาะช่องฝังตลับและรูร้อยสายไฟ
- แนะนำ: หากคุณไม่มีทักษะงานไม้ระดับสูง ควรใช้บริการติดตั้งจากช่างผู้ชำนาญการของ Lockhome จะดีที่สุด เพราะหากเจาะผิดพลาด อาจทำให้ประตูเสียหายถาวรได้
หลังติดตั้ง: การตั้งค่าเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งจบแค่นั้น! มาตั้งค่า Mortise FG ของคุณให้ปลอดภัยขั้นสุดกัน:
- เปลี่ยนรหัส Master ทันที: สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปลี่ยนรหัสโรงงานเป็นรหัสส่วนตัวของคุณ
- ตั้งค่า Auto-Lock: เปิดฟังก์ชันล็อกอัตโนมัติ (สามารถตั้งเวลาได้ผ่านแอป TTLock เช่น ล็อกทันทีหลังปิด 5 วินาที) เพื่อป้องกันการลืมล็อก
- เชื่อมต่อ Gateway (Optional): หากต้องการความปลอดภัยแบบ Real-time แนะนำให้ซื้ออุปกรณ์เสริม Gateway เพื่อเชื่อมต่อกลอนเข้ากับ Wi-Fi บ้าน ทำให้คุณได้รับแจ้งเตือนทันทีที่มีคนเปิดประตู ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน
- ลองใช้กุญแจสำรอง: ทดสอบไขกุญแจสำรองดูว่าใช้งานได้คล่องตัวหรือไม่ และ “นำกุญแจสำรองไปเก็บไว้นอกบ้าน” (เช่น ในรถ หรือที่ทำงาน) เสมอ
บทสรุป: การลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อบ้านและครอบครัว
การอัปเกรดประตูบานผลักด้วย Mortise FG Series จาก Lockhome ไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์ล็อกประตูใหม่ แต่มันคือการลงทุนใน “ระบบรักษาความปลอดภัย” ที่แข็งแกร่งที่สุดรูปแบบหนึ่งสำหรับที่อยู่อาศัย
ด้วยโครงสร้างตลับกุญแจแบบฝังที่ทนทาน ผสานกับเทคโนโลยีการปลดล็อกที่ทันสมัยและการควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน คุณจะได้รับทั้งความอุ่นใจ (Peace of Mind) และความสะดวกสบาย (Convenience) ที่กุญแจแบบเดิมให้ไม่ได้
หากคุณกำลังมองหา กลอนประตูดิจิตอล Lockhome ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @lockhome หรือเยี่ยมชมสินค้าคุณภาพที่ได้ที่ www.lockhome.co.th เปลี่ยนบ้านของคุณให้



